ทุกสิ่งที่คุณควรรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีชาร์จไร้สายแบบ Qi

ทุกสิ่งที่คุณควรรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีชาร์จไร้สายแบบ Qi

ความมหัสจรรย์แห่งเทคโนโลยีไร้สาย คืออะไร, ทำงานได้อย่างไร และทำไมคุณต้องใช้ ?

การชาร์จแบบไร้สาย หรือที่เรียกว่าการชาร์จแบบเหนี่ยวนำเป็นวิธีที่สะดวก และไม่ต้องใช้สายเคเบิ้ลเป็นตัวกลางในการนำกระแสไฟฟ้าไปยังแบตเตอรี่ที่อยู่ในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของคุณ แต่ก่อนอื่นที่จะใช้งานได้คุณต้องมี 2 สิ่งนี้:

1. อุปกรณ์เครื่องชาร์จไร้สายที่อยู่ในรูปแบบของแท่นวาง หรือแบบมีขาตั้ง และเชื่อมต่ออยู่กับแหล่งจ่ายไฟ
2. สมาร์ทโฟน หรือสมาร์ทวอทซ์ หรืออุปกรณ์อิเลคทรอนิกส์อื่นๆ ที่รองรับการชาร์จไร้สาย

มาถึงตรงนี้คุณพร้อมสำหรับการชาร์จไร้สายแล้ว เพียงวางสมาร์ทโฟนลงบนแท่นชาร์จ การชาร์จไร้สายก็พร้อมทำงานทันที

ทำไมต้องเป็นแท่นชาร์จไร้สาย?
สะดวกสบาย
การเชื่อมต่อกับอุปกรณ์เครื่องชาร์จแบบไร้สายนั้นทำได้เร็ว และง่ายกว่าการหยิบสายเคเบิ้ลมาเสียบชาร์จ เพียงแค่วางสมาร์ทโฟนของคุณลงบนแท่นชาร์จ และระบบการชาร์จจะทำงานทันที ไม่จำเป็นต้องเสียเวลาค้นหาสายเคเบิ้ลมาเสียบเข้ากับสมาร์ทโฟน และแท่นชาร์จไร้สายยังช่วยป้องกันสมาร์ทโฟนเครื่องโปรดของคุณไม่ให้เกิดคาวมเสียหายจากการเสียบสายชาร์จหลายๆครั้งในแต่ละวัน ทั้งร่องรอยของการเสียดสี การสึกหรอของพอร์ต (พอร์ตหลม) เป็นต้น

ชาร์จได้ตลอดเวลา
ให้ลองนึกภาพว่า iPhone หรือสมาร์ทโฟน Samsung จะได้รับการเพิ่มแบตเตอรี่ทุกครั้งที่คุณวางลง ด้วยการชาร์จแบบไร้สายคุณสามารถทำได้ทันที และอุปกรณ์เครื่องชาร์จไร้สายนั้นมีหลายรูปแบ สามารถนำไปวางไว้บนหัวเตียงนอน บนโต๊ะทำงาน หรือแม้กระทั่งในรถยนต์ สมาร์ทโฟนเป็นอุปกรณ์ที่ถูกใช้งานอย่างหนักหน่วงในแต่ละวัน คุณสามารถชาร์จ หรือเพิ่มพลังงานได้ตลอดเวลา
เร็ว
การชาร์จแบบไร้สายนั้นเร็วพอ ๆ กับการใช้ที่ชาร์จทั่วไป แท่นชาร์จไร้สายขนาด 5 วัตต์ จะชาร์จสมาร์ทโฟนของคุณได้เร็วเท่ากับหัวชาร์จขนาด 5 วัตต์ / 1 แอมป์ ที่แถมให้มาในกล่องพร้อมกับสมาร์ทโฟนของคุณ

การชาร์จแบบไร้สายทำงานอย่างไร?
อันที่จริงแล้วการชาร์จไร้สายแบบ Qi คืออะไร? เทคโนโลยีการชาร์จไร้สายชนิดต่างๆ มีอะไรบ้าง? ทั้งหมดนี้สามารถทำงานร่วมกับ iPhone, สมาร์ทโฟน Samsung หรืออุปกรณ์อื่น ๆ ได้หรือไม่? และการชาร์จไร้สายแบบใช้สนามแม่เหล็กเพื่อให้ชาร์จเร็วขึ้น และปลอดภัยขึ้นได้อย่างไร? หากคุณต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการทำงานของการชาร์จไร้สายทั้งหมดนี้ เราอธิบายให้เข้าใจได้ง่ายๆ
ทำไมต้องเป็น Belkin
Belkin ร่วมมือกับผู้นำในอุตสาหกรรมและออกแบบผลิตภัณฑ์ทั้งหมดในแคลิฟอร์เนียเพื่อนำเสนออุปกรณ์เสริมแบบไร้สายคุณภาพสูงสุดให้กับคุณ ด้วยความรอบคอบ และความพิถีพิถันนี้ควบคู่ไปกับการควบคุมคุณภาพอย่างเข้มงวดส่งผลให้ Belkin เป็นอันดับหนึ่ง*ของผู้ผลิตอิสระที่มียอดขายสูงสุดในประเภทอุปกรณ์เสริมการชาร์จแบบไร้สาย

อนาคตของเทคโนโลยีชาร์จไร้สายจะเป็นอย่างไร?
การชาร์จแบบไร้สายมีอยู่ทั่วไป ตั้งแต่บนรถบัส รถไฟฟ้าในประเทศเกาหลีใต้ ไปจนถึงแปรงสีฟันไฟฟ้าคู่ใจของคุณที่ต้องใช้งานในทุกวัน แล้วคุณกำลังคาดหวังอะไรในอนาคต?

ทำไมต้องไร้สาย?
จุดเด่นของอุปกรณ์เครื่องชาร์จแบบไร้สาย

อิสระ
ความพิเศษของการชาร์จแบบไร้สายคือการชาร์จสมาร์ทโฟนของคุณได้ทันทีไม่ว่าคุณกำลังจะทำอะไร เพียงแค่คุณปล่อยสมาร์ทโฟนลงบนแท่นชาร์จ ระบบจะทำงานอัตโนมัติ ทุกครั้งที่คุณไม่ได้ใช้งานพลังงานจะถูกเติมเข้ามาตลอดเวลา ไม่มีสายเคเบิ้ลให้เกะกะ ไม่ต้องเสียเวลาหาสายชาร์จ

ในห้องนอน
ที่ชาร์จไร้สายในห้องนอนของคุณสามารถชาร์จแบตเตอรี่ได้เต็ม 100% เพื่อให้ตอนเข้าพร้อมลุยงานตั้งแต่ตอนเช้า

บนโต๊ะทำงาน
คุณสามารถเพิ่มพลังงานให้กับสมาร์ทโฟนได้ทุกครั้งที่วางสายสนทนา

ในรถยนต์
ที่ชาร์จในรถยนต์แบบไร้สายช่วยรักษาระดับแบตเตอรี่ของคุณให้พร้อมเสมอเมื่อต้องเดินทาง

ในระหว่างการเดินทาง
พาวเวอร์แบงค์ไร้สายหรือที่ชาร์จแบบพกพาแบบไร้สายให้อิสระสูงสุด ไม่ต้องพกพาสายเคเบิ้ลในระหว่างการเดินทาง

ชาร์จผ่านเคสได้
แม้ว่าการชาร์จแบบไร้สายจะต้องเชื่อมต่อทางกายภาพระหว่างตัวสมาร์ทโฟนและแท่นชาร์จ แต่แท่นชาร์จแบบไร้สายส่วนใหญ่จะส่งกระแสไฟฟ้าผ่านเคสพลาสติกที่มีความหนาไม่เกิน 3 มิลลิเมตรได้ ซึ่งหมายความว่าคุณไม่จำเป็นต้องแกะเคสออกเพื่อชาร์จสมาร์ทโฟนของคุณอีกต่อไป

จัดวางตำแหน่งได้ง่าย
สมาร์ทโฟนของคุณเริ่มชาร์จทันทีที่สัมผัสกับเครื่องชาร์จโดยไม่ต้องใช้สายเคเบิ้ล ซึ่งหมายถึงความอิสระในการวางสมาร์ทโฟนของคุณ: จะวางแนวนอนแนว หรือแนวตั้งก็ได้ ตั้งแต่แท่นชาร์จไร้สายไปจนถึงพาวเวอร์แบงค์ที่รองรับการชาร์จไร้สายจึงตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ในปัจจุบันได้อย่างลงตัว

ชาร์จไร้สายได้รวดเร็ว
แท่นชาร์จไร้สาย ชาร์จเร็วมั้ย?

อันดับแรกตรวจสอบให้แน่ใจว่าแท่นนชาร์จไร้สายรองรับ หรือมีความเข้ากันได้กับสมาร์ทโฟนของคุณเพื่อให้สามารถชาร์จแบบไร้สายได้เร็วที่สุด ปัจจุบันมีที่ชาร์จไร้สายจำนวนมากในตลาดที่สามารถจ่ายกำลังไฟได้มากถึง 15 วัตต์ แต่อาจไม่ได้รับการปรับแต่งอย่างละเอียดสำหรับชาร์จอุปกรณ์ของคุณ ตัวอย่างเช่นเครื่องชาร์จไร้สายขนาด 7.5 วัตต์ ในรุ่น BOOST ↑ UP ™ได้รับการปรับแต่งให้ชาร์จเร็วที่ 7.5 วัตต์ สำหรับ iPhone X, iPhone 8 Plus และ iPhone 8 หรือรุ่นใหม่กว่าอย่างเช่น iPhone Xr, iPhone 11 และ iPhone 12 ในขณะที่เครื่องชาร์จ 15 วัตต์ รุ่นอื่นๆ ในตลาดไม่ได้รับการปรับแต่งอย่างเหมาะสม จะชาร์จเฉพาะ iPhone รุ่นใหม่ได้เท่านั้น และชาร์จได้ที่ 5 วัตต์. ในทำนองเดียวกันสมาร์ทโฟน Samsung Galaxy S / Noteสามารถชาร์จแบบไร้สายได้สูงถึง 9W วัตต์ เมื่อใช้แท่นนชาร์จไร้สายที่ปรับแต่งมาสำหรับ Samsung Galaxy S / Note โดยเฉพาะ ดังนั้นความเข้ากันได้จึงเป็นสิ่งสำคัญในการปลดล็อคให้การชาร์จไร้สายได้เร็วยิ่งขึ้น!

=ชาร์จ 5 วัตต์
=ได้รับการปรับแต่งให้ชาร์จเร็ว
iPhone* Samsung* สมาร์ทโฟนรุ่นอื่นๆ ที่รองรับชาร์จไร้สายแบบ Qi
แท่นชาร์จไร้สาย Qi ขนาด 5 วัตต์

แท่นชาร์จไร้สาย Qi ขนาด 10 วัตต์

แท่นชาร์จไร้สาย Qi ขนาด 15 วัตต์

มีความเข้ากันได้กับ Apple

Samsung ชาร์จเร็ว 9 วัตต์

แท่นชาร์จไร้สาย 5-15 วัตต์ที่ได้รับการปรับแต่งสำหรับ Apple และ Samsung

ความเข้ากันได้เป็นหัวใจสำคัญสำหรับการปลดล็อกให้ชาร์จได้เร็วขึ้น!

 

 

 

การชาร์จไร้สายทำงานอย่างไร
อะไรคือ Qi ?
Qi เป็นมาตรฐานการชาร์จแบบไร้สายของ The Wireless Power Consortium ที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก และได้รับการสนับสนุนจาก บริษัท ชั้นนำมากกว่า 200 แห่งรวมถึง Apple, Philips และ Belkin เป้าหมายของพวกเขาคือการส่งมอบการชาร์จแบบไร้สายที่ใช้านง่าย และปลอดภัย พร้อมความเข้ากันได้กับอุปกรณ์ที่มีโลโก้ Qi ทั้งหมด

ผลิตภัณฑ์ที่รองรับมาตรฐาน Qi ได้แก่* :
iPhone X
iPhone 8 Plus
iPhone 8
Samsung Galaxy S8
Samsung Galaxy Note8
*สมาร์ทโฟน และอุปกรณ์ชาร์จไร้สายมีเพิ่มขึ้นทุกวัน โปรดตรวจสอบคุณสมบัติ และรุ่นที่รองรับจากเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของผู้ผลิตนั้นๆ

สิ่งสำคัญคือต้องแน่ใจว่าคุณมีอุปกรณ์ชาร์จที่เหมาะสมในการชาร์จสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตของคุณ มองหาโลโก้ Qi บนบรรจุภัณฑ์เพื่อตรวจสอบความเข้ากันได้ก่อนตัดสินใจซื้ออุปกรณ์มาใช้งาน

การชาร์จไร้สายแบบเหนี่ยวนำ และแบบเรโซแนนท์

แบบเหนี่ยวนำ
การชาร์จไร้สายแบบเหนี่ยวนำจำเป็นต้องมีการสัมผัสโดยตรงทางกายภาพระหว่างสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์เครื่องชาร์จแบบไร้สาย ขดลวดชาร์จภายในสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์ชาร์จจะต้องตรงกัน หรืออยู่ในแนวเดียวกัน

แบบเรโซแนนท์
การชาร์จไร้สายแบบนี้ไม่จำเป็นต้องให้สมาร์ทโฟน และแท่นชาร์จไร้สายสัมผัสกัน เพียงแค่วางอุปกรณ์ทั้ง 2 ให้อยู่ใกล้ๆกัน

การชาร์จแบบไร้สายแบบเหนี่ยวนำทำงานอย่างไร
ความลับการชาร์จแบบไร้สายคือการเหนี่ยวนำแม่เหล็กไฟฟ้า:
1. ขดลวดในแท่นชาร์จจะส่งสัญญาณออกไป
2. สัญญาณที่ส่งออกไปจะค้นหาขดลวดตัวรับที่เข้ากันได้ เช่นขวดลวดในสมาร์ทโฟนของคุณ
3. เมื่อได้รับการตรวจสอบว่าเข้ากันได้ การเหนี่ยวนำแม่เหล็กไฟฟ้าจะเริ่มทำงาน
4. อิเล็กตรอน (กระแสไฟฟ้า) ในแท่นชาร์จเริ่มไหลออกมาจากขดลวด
5. ในขั้นตอนนี้สนามแม่เหล็กจะถูกสร้างขึ้นมาเพื่อรับอิเล็กตรอน
6. อิเล็กตรอนจะวิ่งไปตามขดลวดตามสนามสนามแม่เหล็กที่ออกแบบไว้
7. การไหลของอิเล็กตรอนภายในขดลวดนี้จะสร้างเป็นกระแสไฟฟ้าไปยังแบตเตอรี่ในสมาร์ทโฟนของคุณ
หมายเหตุ: ระหว่างแท่นชาร์จ และสมาร์ทโฟนต้องอยู่ห่างกันไม่เกิน 8 มิลลิเมตร เพื่อรับพลังงานได้เต็มประสิทธิภาพ

ทำไมต้องเลือก Belkin

สิ่งที่ Belkin แตกต่าง
เป็นเวลามากกว่า30 ปีที่ Belkin เป็นผู้ผลิตอิสระในการจำหน่ายอุปกรณ์เสริมสำหรับการชาร์จแบบไร้สาย* เป้าหมายของ Belkin คือการสร้างโลกอนาคตที่ปราศจากสายเคเบิ้ล และเป็นโลกที่ให้ทุกคนเข้าถึงการชาร์จแบบไร้สายได้ทุกที่

Belkin เป็นผู้ผลิตอิสระที่ทำอุปกรณ์เสริม และอุปกรณ์ชาร์จไร้สายมายาวนานมากกว่า 30 ปี* เป้าหมายของ Belkin คือสร้างอนาคตที่ปราศจากสายเคเบิ้ล เพื่อให้ทุกคนเข้าถึง และสัมผัสเทคโนโลยีใหม่ๆได้สะดวกง่ายดายได้ทุกที่ทุกเวลา

ผลิตภัณฑ์ทั้งหมดของ Belkin ได้รับการออกแบบที่แคลิฟอร์เนีย ในส่วนของกระบวนการผลิต เรามีขั้นตอนการตรวจสอบ และควบคุมคุณภาพอย่างเข้มงวด ซึ่ง Belkin มีโรงงานผลิตเป็นของตัวเองที่ผ่านข้อกำหนดการจัดการคุณภาพ ISO 9001 (International Organization for Standardization). สำหรับผลิตภัณฑ์ที่ผลิตโดยโรงงานนอกสถานที่ในแต่ละประเทศ เรามีผู้เชี่ยวชาญในการการควบคุมคุณภาพอย่างใกล้ชิดในทุกขั้นตอน
ด้วยการทดสอบและการควบคุมคุณภาพอย่างเข้มงวดตลอดไปจนถึงการบรรุภัณฑ์เพื่อให้คุณภาพตรงตามมาตรฐาน พร้อมรับประกันสินค้าทั้งหมดเพื่อความมั่นใจของผู้ใช้งาน

** Belkin เป็นแบรนด์ผู้ผลิตอิสระเกี่ยวกับอุปกรณ์ชาร์จไร้สายที่มียอดขายอันดับ 1 เป็นประจำทุกสัปดาห์ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2017.ข้อมูลจาก NPD Group, Inc. บริการติดตามการค้าปลีกในสหรัฐอเมริกา, เกี่ยวกับอุปกรณ์เสริมสมาร์ทโฟน, เครื่องชาร์จไร้สาย ณ วันที่ 13 สิงหาคม 2017 ถึง 19 พฤศจิกายน 2017

แท่นชาร์จไร้สายเหมือนกัน แต่ให้ประสิทธิภาพต่างกัน
สำหรับ Belkin นั้นมีความต่างจากผู้ผลิตอื่นๆ ตรงที่เราสามารถควบคุมกระบวนการผลิตได้ 100% ทำให้ควบคุมคุณภาพได้ตรงตามมาตรฐาน และผ่านการทดสอบที่เข้มงวดจากหน่วยงานต่างๆทั้งหมด

อุปกรณ์ที่ชาร์จไร้สายของ Belkin สร้างจากวัสดุระดับพรีเมียมเช่นสแตนเลส โพลีคาร์บอเนต และซิลิโคน ที่สำคัญ Belkin ยังได้กำหนดมาตรฐานที่สูงขึ้นไปอีกระดับด้วยส่วนประกอบระดับไฮเอนด์ ตัวต้านทาน ตัวเก็บประจุ และชิปเซ็ตประสิทธิภาพสูงรุ่นใหม่ล่าสุดเสมอ ด้วยความพิเศษเหล่านี้ส่งผลให้อุปกรณ์เครื่องชาร์จไร้สายของ Belkin มีโอกาสเสีย หรือทำงานผิดพลาดได้น้อยมาก อีกทั้งอุปกรณ์แต่ละเครื่องจะมีอายุการใช้งานยาวนานมากขึ้น

บนอุปกรณ์ไอที หรือสมาร์ทโฟนในแต่ละรุ่นมีสเปคที่แตกต่างกัน แต่ผู้ผลิตบางรายไม่ได้ทำการปรับแต่งอุปกรณ์เครื่องชาร์จให้เหมาะสมกับการชาร์จได้ทุกเครื่อง อาจนำไปสู่การชาร์จที่ช้า หรือใช้งานได้ไม่สมบูรณ์ แต่สำหรับแท่นชาร์จไร้สาย BOOST ↑ UP ™ ของ Belkin ออกแบบให้จ่ายกำลังไฟได้หลายระดับ และในตระกูล BOOST ↑ UP ยังได้รับการปรับแต่งอย่างละเอียดเพื่อให้ชาร์จ iPhone X, iPhone 8 Plus และ iPhone 8 ได้เต็มประสิทธิภาพ แท่นชาร์จไร้สาย Belkin สามารถใช้งานร่วมกับสมาร์ทโฟนในแต่ละรุ่นได้อย่างสมบูรณ์แบบ และได้รับการรับรองมาตรฐาน Qi เพื่อใช้งานกับอุปกรณ์ของคุณอย่างปลอดภัย และชาร์จไร้สายได้เร็ว!

ทำไม BELKIN ถึงดีกว่า
หากคุณไม่ได้ใช้แท่นชาร์จไร้สายของ Belkin คุณอาจประสบปัญหาเหล่านี้:
. อุปกรณ์ของคุณอาจได้รับความเสียหาย
. ไม่มีการตรวจจับวัตถุแปลกปลอม
. อุปกรณ์ของคุณอาจร้อนเกินไปจนต้องปิดการทำงาน หรือหยุดชาร์จก่อนที่แบตเตอรี่จะเต็ม 100%
. อาจไม่สามารถใช้อุปกรณ์ของคุณในขณะที่กำลังชาร์จได้
. อุปกรณ์เครื่องชาร์จอาจมีแนวโน้มที่จะทำงานผิดพลาดได้ง่าย
. แท่นชาร์จไร้สายบางรุ่นอาจไม่มีอะแดปเตอร์มาให้ในกล่อง

ตรวจจับวัตถุแปลกปลอม
เพื่อให้แน่ใจว่าแท่นชาร์จไร้สายของคุณทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ บนแท่นชาร์จไร้สาย Belkin จะมีไฟ LED แจ้งเตือนเกี่ยวกับวัตถุแปลกแปลมที่มาแทรกอยู่ระหว่างแท่นชาร์จ และสมาร์ทโฟน ซึ่งอาจส่งผลต่อการชาร์จ และสร้างความเสียหายให้กับอุปกรณ์ของคุณได้ และไฟ LED ยังช่วยยืนยันได้ว่าคุณวางอุปกรณ์ชาร์จ หรือสมาร์ทโฟนอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องและกระบวนการชาร์จได้ทำงานแล้ว คุณสมบัตินี้เป็นมาตรฐานในแท่นชาร์จไร้สาย Belkin

อุปกรณ์เครื่องชาร์จไร้สายของ BELKIN ที่ได้รับการรับรอง
เมื่อพูดถึงการชาร์จแบบไร้สาย อุปกรณ์ที่ผ่านการรับรอง และอุปกรณ์ที่ไม่ได้มาตรฐาน หมายถึงความแตกต่างระหว่างการชาร์จเร็ว และความเข้ากันได้ระหว่างอุปกรณ์ และอาจชาร์จได้ไม่เต็มที่แม้จะวางชาร์จไว้ทั้งคืนก็ตาม สำหรับแท่นชาร์จไร้สาย Belkin เราได้ทำการปรับแต่งการจ่ายพลังงานอย่างละเอียด และพิถีพิถันในการออกแบบเพื่อให้แน่ใจว่าสามารถใช้งานกับสมาร์ทโฟนในท้องตลาดได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และสามารถส่งต่อพลังงานทะลุผ่านเคสพลาสติกที่มีความหนาไม่เกิน 3 มิลลิเมตรได้เต็มที่ โดยไม่ลดทอนพลังงานแต่อย่างใด

ในฐานะสมาชิกเต็มรูปแบบของ Wireless Power Consortium (WPC) ที่ Belkin เราทำงานอย่างใกล้ชิดกับ WPC เพื่อสร้างอุปกรณ์การชาร์จไร้สายที่เข้ากันได้กับ Qi ซึ่งมีความปลอดภัยและเชื่อถือได้เป็นพิเศษ นอกจากนี้ Belkin ยังทำงานอย่างใกล้ชิดกับผู้ผลิตอุปกรณ์ชั้นนำระดับโลกอย่าง Apple เพื่อให้แน่ใจว่าอุปกรณ์ชาร์จไร้สายเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดทั้งหมด เพื่อให้มั่นใจว่าคุณจะได้รับความปลอดภัยและใช้งานได้อย่างมั่นใจ

รับประกันอุปกรณ์ที่นำมาเชื่อมต่อ
นอกเหนือจากการรับประกันสินค้าในแต่ละเครื่องแล้ว Belkin ยังให้การรับประกันอุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออย่างเหนือชั้นไปอีกระดับ หากอุปกรณ์ของลูกค้าได้รับความเสียหายจากระบบไฟฟ้าอันเนื่องจากเครื่องชาร์จไร้สาย หรือแท่นชาร์จไร้สาย ที่มีการใช้งานอย่างถูกวิธีตามที่คู่มือในแต่ละรุ่นได้ระบุไว้ Belkin จะซ่อมแซม หรือเปลี่ยนอุปกรณ์ของคุณให้ใหม่ด้วยวงเงินไม่เกิน 80,000 บาท

ช้าก่อน! ความเร็วไม่ใช่คำตอบทั้งหมด
แท่นชาร์จไร้สายของ Belkin ได้รับการปรับแต่งอย่างมาเป็นอย่างดีเพื่อให้แน่ใจว่า iPhone หรือ Samsung ได้รับการชาร์จอย่างเหมาะสม ตัวอย่างเช่นแท่นชาร์จไร้สาย Belkin BOOST ↑ UP ขนาด 7.5 วัตต์ ได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษสำหรับใช้งานกับ iPhone X, iPhone 8 Plus และ iPhone 8 เพื่อลดจำนวนคลื่นรบกวนจากแม่เหล็กไฟฟ้า ซึ่งแตกต่างจากเครื่องชาร์จไร้สายอื่นๆ ที่ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อจัดการตรงนี้ และการเพิ่มตัวต้านทานที่มีความแม่นยำ พร้อมวัสดุระดับพรีเมี่ยม รวมไปถึงส่วนประกอบภายในแท่นชาร์จ ช่วยให้มีประสิทธิภาพในการชาร์จสูงสุด แท่นชาร์จไร้สาย Belkin BOOST ↑ UP ได้รับการปรับแต่งมาโดยเฉพาะ สามารถชาร์จด้วยกำลังไฟสูงสุด 7.5 วัตต์ และไม่รบกวนการทำงานในส่วนอื่นๆของสมาร์ทโฟน เช่น WiFi, GPS, Bluetooth, LTE และการใช้ข้อมูลในรูปแบบอื่น ๆ ทำให้คุณเรียกใช้งานสมาร์ทโฟนได้ตามปกติแม้กำลังชาร์จอยู่กับแท่นชาร์จไร้สาย

 

iPhone 8 Samsung Galaxy สมาร์ทโฟนรุ่นอื่นที่รองรับชาร์จไร้สาย Qi ขนาด 10 วัตต์
แท่นชาร์จไร้สาย Belkin BOOST↑UP™ ขนาด 7.5 วัตต์ 7.5 วัตต์ 5 วัตต์ 5 วัตต์
แท่นชาร์จไร้สาย Belkin BOOST↑UP™ ขนาด 10 วัตต์ 7.5 วัตต์ 9 วัตต์ 10 วัตต์
แท่นชาร์จไร้สาย Belkin BOOST↑UP™ ขนาด 15 วัตต์ 5 วัตต์ 9 วัตต์ 10 วัตต์

พาร์ทเนอร์ของเรา
Belkin ภูมิใจที่ได้ทำงานร่วมกับผู้นำในอุตสาหกรรมระดับโลกเพื่อปรับปรุงประสบการณ์การชาร์จแบบไร้สาย

Wireless Power Consortium (Qi) – พัฒนาแท่นชาร์จไร้สาย Belkin Qi Wireless Charging Pad เครื่องแรกในเดือนมิถุนายน 2015

Apple – Belkin ทำงานอย่างใกล้ชิดกับ Apple ในการออกแบบแท่นชาร์จไร้สายสำหรับ iPhone X, iPhone 8 Plus และ iPhone 8

NXP – เราทำงานร่วมกับ NXP Semi-Conductors เพื่อร่วมพัฒนาชิปแวร์ที่เหนือกว่าโดยให้ความปลอดภัยมากขึ้นในเทคโนโลยีการชาร์จแบบไร้สายทั้งหมดของเรา

IDT – เป็นผู้นำในอุตสาหกรรมด้านพลังงานไร้สาย เราทำงานร่วมกับ IDT เพื่อพัฒนาโซลูชันการชาร์จแบบไร้สายสากลสำหรับผู้บริโภครายแรก

ความปลอดภัย
ที่ชาร์จแบบไร้สายปลอดภัยแค่ไหน?
การที่คุณต้องอยู่ใกล้กับอุปกรณ์เครื่องชาร์จแบบไร้สายนั้นปลอดภัยมั่นใจได้ ดังนั้นคุณสามารถชาร์จสมาร์ทโฟนบนโต๊ะข้างเตียงนอนได้ทั้งคืน หรือใช้งานบนโต๊ะทำงานได้ตลอดทั้งวัน. เมื่อแท่นชาร์จไร้สายของคุณไม่ได้เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต ตัวเครื่องจะส่งสัญญาณที่ไม่เป็นอันตรายออกมาสำหรับการค้นหาขดลวดแม่เหล็กไฟฟ้าบนสมาร์ทโฟน เนื่องจากขดลวดตัวรับ (ในสมาร์ทโฟนของคุณ) ต้องสัมผัสกับขดลวดบนแท่นชาร์จ สัญญาณจึงไม่แผ่ขยายไปในวงกว้าง แต่เมื่อสมาร์ทโฟนของคุณสัมผัสกับแท่นชาร์จ สัญญาณจะโฟกัสไปที่ขดลวดตัวรับในสมาร์ทโฟนและการชาร์จจะเริ่มทำงาน และที่สำคัญกระบวนการชาร์จแบบไร้สายทั้งหมดปล่อยรังสีออกมาน้อยกว่าที่เครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่ หรือสมาร์ทโฟนเชื่อมต่อระหว่างเสาส่งสัญญาณเครือข่ายมือถือ

ขณะชาร์จจะร้อนหรือไม่?
อุปกรณ์เครื่องชาร์จทั้งหมดจะสร้างความร้อนในขณะชาร์จแบตเตอรี่ ที่ชาร์จติดผนัง หรือหัวชาร์จบ้าน หรือแม้แต่พาวเวอร์แบงค์แบบพกพาก็สูญเสียพลังงานบางส่วนไปในรูปของความร้อน และแท่นชาร์จไร้สายไม่ได้แตกต่างกัน อุปกรณ์เครื่องชาร์จที่ผ่านการทดสอบประสิทธิภาพอย่างเข้มวงด จะช่วยลดปริมาณพลังงานที่สูญเสียไปจากความร้อนให้น้อยที่สุด ดังนั้นคุณจึงควรเลือกใช้สินค้าจากแบรนด์ที่มีชื่อเสียง. ที่ชาร์จของ Belkin นำเสนอโซลูชั่นความปลอดภัยที่เพิ่มเข้าไปในวงจร – ประกอบด้วยชิปเซ็ตประสิทธิภาพสูงสำหรับตัดการทำงานหากตรวจพบความร้อนที่สูงเกินไปเพื่อปกป้องคุณและอุปกรณ์ของคุณ

เราควรมองหาใบรับรองอะไรบ้างในแท่นชาร์จไร้สาย?
มองหาแท่นชาร์จไร้สายที่ได้รับการรับรอง Qi เพื่อให้แน่ใจว่าสามารถใช้งานร่วมกับสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตสำหรับการชาร์จไร้สายกับอุปกรณ์ของคุณได้

การรับรองว่าแท่นชาร์จไร้สายของคุณได้รับการพัฒนาสำหรับสมาร์ทโฟนโดยเฉพาะ หมายความว่ามีแนวโน้มที่จะทำงานได้อย่างราบรื่นโดยไม่ทำให้ความสามารถของสมาร์ทโฟนของคุณลดลงในขณะชาร์จแบตเตอรี่ คุณควรมองหาไอคอนความเข้ากันได้สำหรับสมาร์ทโฟนของคุณ

ตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยระหว่างประเทศเพื่อรับประกันว่าแท่นชาร์จไร้สายเป็นไปตามหลักเกณฑ์ทางกฎหมายด้านความปลอดภัย สิ่งเหล่านี้ช่วยให้มั่นใจได้ถึงระดับการปล่อยสารพิษ และการใช้งานที่ปลอดภัย โดยใช้วัสดุที่ไม่เป็นอันตราย กฎหมายที่บังคับใช้ในแต่ละประเทศจะแตกต่างกัน แต่สิ่งสำคัญควรพิจารณามาตรฐานความปลอดภัยเหล่านี้:
. FCC
. CE
. RCM
. BSMI
. EAC
. KC
. UL Listed

จะเกิดอะไรขึ้นถ้าที่ชาร์จแบบไร้สายเปียก หรือโดนน้ำ?
แม้ว่าสมาร์ทโฟนในหลายรุ่นระบุว่ามีความสามารถกันน้ำได้ แต่ที่ชาร์จไร้สายส่วนใหญ่จะไม่เป็นเช่นนั้น เช่นเดียวกับอุปกรณ์ไฟฟ้าทั้งหมดที่เชื่อมต่อกับปลั๊กไฟ ของเหลวอาจเป็นอันตรายได้มาก อย่าทำให้ที่ชาร์จ หรือแท่นชาร์จไร้สายเปียก และตรวจสอบให้แน่ใจว่าทำความสะอาดสมาร์ทโฟนของคุณให้แห้งก่อนที่จะนำมาชาร์จ

สามารถชาร์จทิ้งไว้ได้หรือไม่?
ระยะเวลา
แท่นชาร์จไร้สายส่วนใหญ่จะชาร์จแบตเตอรี่สมาร์ทโฟนได้อย่างปลอดภัย และมีระบบการตัดพลังงานเมื่อชาร์จแบตเตอรี่เต็ม 100% การที่คุณวางสมาร์ทโฟนทิ้งไว้บนแท่นชาร์จทั้งคืน หรือเป็นเวลานานจะไม่เป็นปัญหา โดยแท่นชาร์จจะมีการตรวจจับระดับแบตเตอรี่อยู่เสมอ เมื่อแบตเตอรี่ลดลงจาก 100% แท่นชาร์จจะส่งพลังงานเพียงเล็กน้อยให้กับสมาร์ทโฟนเพื่อเติมแบตเตอรี่ให้เต็ม 100% ตลอดเวลา
แรงดันไฟฟ้า
แท่นชาร์จไร้สายที่มีไมโครชิปอัจฉริยะหรือที่เรียกว่าสมาร์ทชิปจะควบคุมการจ่ายพลังงานในปริมาณที่แม่นยำตามที่สมาร์ทโฟนของคุณต้องการเท่านั้น แม้ว่าตัวแท่นชาร์จจะสามารถจ่ายพลังงานได้มากกว่านั้นก็ตาม แต่จะใช้งานได้ก็ต่อเมื่อสมาร์ทโฟน หรืออุปกรณ์ที่รองรับชาร์จเร็วเท่านั้น

จะเกิดอะไรขึ้นหากมีวัตถุสิ่งของวางอยู่บนที่ชาร์จไร้สาย?
แท่นชาร์จไร้สายที่ผลิตมาไม่ได้มาตรฐาน อาจไม่สามารถตรวจจับได้ว่ามีวัตถุแปลกปลอม เช่นกุญแจ หรือเหรียญมาแทรกอยู่ระหว่างแท่นชาร์จและสมาร์ทโฟน สิ่งเหล่านี้อาจส่งผลให้แท่นชาร์จไร้สายปล่อยพลังงานออกมา ไม่เพียงแค่ทำให้สิ่งแปลกปลอมละลาย แต่อาจส่งผลให้สมาร์ทโฟนเสียหายได้ ด้วยเหตุนี้คุณจะต้องมองหาแท่นชาร์จไร้สายที่มีเซนเซอร์ตรวจจับวัตถุแปลกปลอม โดยจะหยุดการปล่อยพลังงาน และแจ้งเตือนคุณให้ทราบ โดยจะมีไฟ LED บนแท่นชาร์จไร้สายแสดงเป็นสีส้ม วิธีนี้จะช่วยป้องกันความเสียหายให้กับอุปกรณ์ของคุณได้เป็นอย่างดี

การรับประกันควรเป็นแบบใด?
การรับรองโดย Qi เป็นการรับประกันความเข้ากันได้กับสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตที่ออกแบบด้วยมาตรฐาน Qi. อย่างไรก็ตามสิ่งนี้บ่งบอกเฉพาะการกำหนดค่าของเทคโนโลยีเท่านั้น ไม่ได้หายถึงคุณภาพของวัสดุ อายุการใช้งานโดยรวมของผลิตภัณฑ์ หรือแม้แต่ความปลอดภัยของผู้ใช้ เมื่อต้องการเลือกซื้อแท่นชาร์จไร้สาย ให้แน่ใจว่าคุณได้เลือกแท่นชาร์จไร้สายที่มีการรับประกันที่ดี เพื่อความปลอดภัยทั้งสมาร์ทโฟนและตัวคุณเอง

ระบบชาร์จไร้สายในอนาคตจะเป็นอย่างไร?
การชาร์จแบบไร้สายยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง และกำลังจะกลายเป็นเรื่องปกติในเวลาอันสั้น หากคุณมีแปรงสีฟันไฟฟ้าแสดงว่าคุณมีอุปกรณ์ชาร์จแบบไร้สายอยู่แล้วในบ้าน สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต และสมาร์ทวอทช์จำนวนมากสามารถชาร์จแบบไร้สายได้เช่นกัน คุณอาจมีแท่นชาร์จไร้สายอยู่ที่บ้าน หรือกำลังพิจารณาเลือกซื้อมาใช้งานเป็นครั้งแรก แน่นอนที่สุดคือเทคโนโลยีการชาร์จแบบไร้สายมาถึงแล้ว

การชาร์จแบบไร้สายมักใช้ในสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต และสมาร์ทวอทช์ที่ใช้พลังงานจากการชาร์จแบบเหนี่ยวนำ โดยวางอุปกรณ์ไว้บนพื้นผิวของเครื่องชาร์จไร้สาย การเข้าถึงการชาร์จแบบเหนี่ยวนำนี้ตามสาธารณะเริ่มมีให้บริการมากขึ้นทั้งในสนามบิน มหาวิทยาลัย และร้านอาหาร ตั้งแต่ร้านอาหารทั่วไปจนถึงร้าน Starbucks คุณจะเข้าถึงพลังงานแบบไร้สายได้สะดวกมากขึ้น

เมื่อมองไปยังอนาคตของการชาร์จแบบไร้สายเราจะคาดหวังอะไรได้บ้าง? เบื้องต้นผู้ใช้งานทั่วไปจะเข้าถึงเทคโนโลยีการชาร์จแบบไร้สายได้มากขึ้นในพื้นที่สาธารณะ ในไม่ช้าการชาร์จแบบไร้สายจะพร้อมให้บริการในห้องพักในโรงแรม บนเครื่องบิน และสถานที่รับรองต่างๆ รวมถึงผนังที่บ้าน หรือบนโต๊ะทำงานของคุณอาจกลายเป็นแหล่งจ่ายพลังงานไร้สาย ในอนาคตบนสำนักงาน หรือโต๊ะทำงานจะดูเป็นระเบียบเรียบร้อยโดยไม่มีสายไฟ และปลั๊กไฟมาเกะกะอีกต่อไป

เพียงเข้าไปในร้านอาหาร หรือแม้กระทั่งนั่งรถไฟโดยสารคุณก็สามารถเพิ่มพลังงานให้กับอุปกรณ์ของคุณได้แล้ว

Leave a Reply

Your email address will not be published.